เสียงโฟลีย์ยุคใหม่: เบื้องหลังความสมจริงในวงการสื่อ

เสียงโฟลีย์ยุคใหม่: เบื้องหลังความสมจริงในวงการสื่อ

มีกระแสข่าวที่กำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดเมื่อ มาร์คัส ธอร์นตัน ผู้กำกับเสียงชื่อดังแห่งสตูดิโอ Sonic Canvas ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง ได้ออกมาประกาศถึงการนำ “อุปกรณ์รอบตัว” ที่ไร้ใครคาดคิดมาพลิกแพลงใช้ในการสร้างสรรค์เสียงประกอบในภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุด “เงาไร้เสียง” ที่มีกำหนดเข้าฉายช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ มาร์คัสกล่าวอย่างมั่นใจว่าเทคนิคใหม่นี้จะทำให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ทางโสตสัมผัสที่ “สมจริงจนขนลุก” และจะเป็นการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล

ประเด็นที่น่าสนใจคือ แทนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีสังเคราะห์เสียงที่ซับซ้อน หรือแม้แต่ไลบรารีซาวด์เอฟเฟกต์สำเร็จรูป มาร์คัสเลือกที่จะกลับไปสู่รากเหง้าของงานโฟลีย์อาร์ต ด้วยการระดมนักสร้างเสียงโฟลีย์มากฝีมือจากทั่วโลกเข้าร่วมโปรเจกต์ “เสียงจากของจริง” โดยมีรายงานว่า ทีมงานได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการทดลองกับวัตถุต่างๆ ตั้งแต่เศษไม้เก่าๆ ไปจนถึงเครื่องใช้ในครัวเรือน เพื่อค้นหา “เสียงที่ใช่” สำหรับแต่ละฉากของภาพยนตร์ และผลลัพธ์ที่ได้นั้นเหนือความคาดหมาย

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงในหมู่นักสร้างภาพยนตร์ ไม่ใช่เพียงแค่ความท้าทายในการค้นหาเสียง แต่ยังรวมถึงปรัชญาเบื้องหลังที่ต้องการเชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับอารมณ์ของตัวละครผ่าน “เสียงที่จับต้องได้” มากกว่าการสร้างขึ้นมาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ข่าวลือที่แพร่สะพัดในสื่อบันเทิงระบุว่า เสียงฝีเท้าที่ได้จากการบดขยี้กิ่งไม้แห้ง หรือเสียงหยดน้ำที่เกิดขึ้นจากการบีบลูกโป่งยาง ได้ถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างน่าทึ่ง ให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการใช้เสียงดิจิทัล

นักวิจารณ์หลายคนมองว่านี่ไม่ใช่แค่การกลับไปสู่ความคลาสสิก แต่เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะดั้งเดิมกับวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ในการสร้างซาวด์เอฟเฟกต์ทำมือสำหรับภาพยนตร์ในอนาคต เทคนิคนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตในบางส่วน แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักสร้างเสียงโฟลีย์ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด แสดงให้เห็นว่า “อุปกรณ์รอบตัว” ที่เรามองข้ามไปนั้น มีศักยภาพในการสร้างสรรค์เสียงได้อย่างมหัศจรรย์

“ผมเชื่อว่าผู้ชมจะรับรู้ถึงความแตกต่าง และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” มาร์คัสกล่าวในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับนิตยสาร “เสียงแห่งฮอลลีวูด” เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เขายังเสริมอีกว่าทีมงานได้ถอดรหัสเสียงต่างๆ ในธรรมชาติอย่างละเอียด เพื่อสร้างความรู้สึกที่ “แท้จริง” ให้กับทุกองค์ประกอบของภาพยนตร์ “มันคือการเดินทางที่น่าตื่นเต้น และเรามั่นใจว่ามันจะทำให้ ‘เงาไร้เสียง’ เป็นภาพยนตร์ที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนไปอีกนาน” เหตุการณ์นี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า อาชีพ Foley Artist ไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้างเสียง แต่เป็นผู้รังสรรค์ความรู้สึกที่แท้จริง

ไม่แน่ว่า หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย เราอาจได้เห็นสตูดิโออื่นๆ เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์เสียงประกอบด้วยสิ่งของธรรมดารอบตัวมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการคืนชีวิตให้กับอาชีพ Foley Artist แล้ว ยังเป็นการเปิดมิติใหม่ของประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ ที่จะทำให้ผู้ชมได้ดำดิ่งไปในโลกของภาพยนตร์ผ่านทุกโสตสัมผัสอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คืออนาคตของเสียงประกอบที่เรากำลังจะได้เห็น